ทลาย ‘แก๊งซาชิมิ’ จับหัวหน้าชาวไนจีเรีย ลวงสาวไทยขนยาข้ามชาติ - BneW

ทลาย ‘แก๊งซาชิมิ’ จับหัวหน้าชาวไนจีเรีย ลวงสาวไทยขนยาข้ามชาติ



ทลาย ‘แก๊งซาชิมิ’ จับหัวหน้าชาวไนจีเรีย ลวงสาวไทยขนยาข้ามชาติ ส่งให้ชาวแอฟริกันในญี่ปุ่น จับเครือข่าย ‘วัน โคแสง’ ค้ายาเสพติด บิ๊กล็อต 250 ล้าน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมแถลงผลการปราบปรามขบวนการยาเสพติดหลายราย
คดีแรกเป็นผลปฏิบัติยุทธการสยบไพรี 63/13 จับแก๊ง “แบล็กซาชิมิ” จับกุมนายจอห์น ชาล์ส อูเม หรือ แฟรงก์ ชาวไนจีเรีย และนายชัชวาล โรจน์แพทย์ อายุ 21 ปี พร้อมพวกคนไทยและต่างชาติรวม 11 คน ในข้อหาร่วมกันมียาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีนไว้ครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมาย และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 5,200 เม็ด,ไอซ์ 701 กรัม, ยาอี, เคตามีนและโคเคน รวมถึงใบกระท่อม
พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า ทางการญี่ปุ่นได้ประสาน บช.ปส.ทลายขบวนการลักลอบนำยาเสพติดออกประเทศไทย เพื่อส่งให้กับชาวแอฟริกันในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวแอฟริกันในไทยหลายรายเป็นผู้จัดหายาเสพติด โดยมีพฤติกรรมนำเข้ายาอีจากประเทศฝั่งยุโรป ซึ่งมีราคาถูกมาขายให้คนไทยหรือนักเที่ยวในสถานบันเทิง
ซึ่งขบวนการนี้ยังได้ส่งออกยาเสพติด โดยล่อลวงหญิงไทยเป็นผู้ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดไปให้เครือข่ายในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่านายแฟรงค์ เป็นหัวหน้าระดับสั่งการในไทยจึงขยายผลจับกุมเครือข่าย 19 เป้าหมาย 11 หมายจับ ยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 337,000 บาท
คดีที่ 2 พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่าเป็นยุทธการสยบไพรี 63/12 “One raptor” จับกุมนายวชิระวงศกร หรือวัน โคแสง และพันจ่าอากาศโทสุวัฒน์ พันธุ์แตง พร้อมไอซ์ 500 กิโลกรัม เฮโรอีน 100 กิโลกรัม และเคตามีน 2 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติด 250 ล้านบาท
ภายหลังชุดจับกุมสามารถสกัดกั้นรถยนต์ต้องสงสัยได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ตรวจค้นพบเฮโรอีนน้ำหนัก 100 กิโลกรัม ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่งใน อ.พระประแดงจ.สมุทรปราการ พบไอซ์ 500 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่นๆ
ทั้งนี้สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 เป็นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่ จ.ระยอง โดยจะลอบนำยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสานเข้ามาผ่าน จ.หนองคาย เข้ามาซุกซ่อนใน จ.สมุทรปราการ เพื่อรอส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล หรือส่งไป จ.สงขลา เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 42 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง คอนโด 1 ห้อง และรถยนต์ 7 คัน จึงคุมตัวส่ง สภ.เกาะช้าง จ.เชียงราย ดำเนินคดีก่อนขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อไป
คดีที่ 3 จับกุมนายบัณฑิต หรือกุ้ง อุ้ยทอง อายุ 37 ปี และนายเกรียงไกร บ้านแสน อายุ 32 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 200 กิโลกรัม, รถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว, รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ในข้อหาร่วมกันกับพวกที่มีหลบหนีมีกัญชาไว้ครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมาย จับกุมได้ริมถนนพหลโยธินขาออก ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ภายหลังสืบทราบว่ามีขบวนการลอบลำเลียงยาเสพติด จากชายแดน จ.อุบลราชธานี มาส่งให้กับลูกค้าใน จ.ชลบุรี ชุดจับกุมจึงวางแผนสกัดขบวนรถก่อนตรวจยึดของกลางกัญชาแท่ง 200 กิโลกรัม ที่บรรจุในกระสอบซุกซ่อนในห้องโดยสารรถยนต์ดังกล่าว
คดีที่ 4 จับกุมนายชิษณุพงศ์ หรืออ้น ไหลทอง อายุ 49 ปี และนายอิสเรช หรืออ๊อด มีสวย อายุ 50 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 4 หมื่นเม็ด และรถกระบะ ในข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่ลานดินริมถนนสายเอเชีย ต.โพกรวม อ.เมือง จ.สิงห์บุรี หลังสืบทราบว่า นายชิษณุพงศ์ ซึ่งเป็นเอเย่นต์ยาเสพติดพื้นที่ภาคกลางขับรถขนกล่องกระดาษต้องสงสัยไปวางไว้ริมถนนสายเอเชีย ใกล้ร้านอาหารเมื่อตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก จึงไล่ติดตามจับกุมได้ดังกล่าว
ทั้งนี้ นายชิษณุพงศ์ ยังมีหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ในข้อหามีไอซ์ครอบครองและขับขี่โดยเสพไอซ์ติดตัว รวมถึงหมายจับศาลจังหวัดราชบุรีในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด,พ.ร.บ.จราจร และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จึงคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดี
Powered by Blogger.